“จับกุมแก๊งปั่นหุ้นชาวจีน ยึดของกลางเป็นคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คและโทรศัพท์มือถือกว่า 300 เครื่อง”

“จับกุมแก๊งปั่นหุ้นชาวจีน ยึดของกลางเป็นคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คและโทรศัพท์มือถือกว่า 300 เครื่อง”

 

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติ ที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่แฝงตัวเข้ามา ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด นั้น
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.ปฏิญญา จีรชนาสิน ผกก.๔ บก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ยศพนธ์ จรรยาสถิต รอง ผบก.ภ.จว.จันทบุรีฯ ปรท.ผบก.อก.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้าย ดังนี้


เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม 2562 ชุดสืบสวนกองกำกับการ ๔ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกองกำกับการปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ ได้รับคำสั่งให้สืบสวนติดตามกลุ่มบุคคลชาวจีนที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐาน ในการกระทำผิดหรือใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งที่พักในการหลบหนีคดี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กองกำกับการ ๔ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มชาวจีน จำนวนหลายคนเข้ามาพักอาศัยอยู่บริเวณแถวลาดพร้าว และมีพฤติการณ์ที่น่าสงสัย ชุดสืบสวนจึงได้รายงานให้กับทางผู้กำกับการ ๔ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทราบ

ซึ่งทางผู้กำกับการ ๔ ฯ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนทำการสืบสวน เฝ้าติดตาม และขยายผลเพิ่มเติม โดยจากการสืบสวนและเฝ้าติดตาม พบว่า เป็นกลุ่มชาวจีน ที่เข้ามาเช่าห้องพักที่โรงแรม APPLE HOLIDAY ในชั้นที่ ๖ และ ชั้นที่ ๗ ซอยลาดพร้าว 101 แยก 21 แขวงคลองเจ้าสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ มีพฤติการณ์ที่น่าสงสัยคือจะไม่ออกไปข้างนอก ซึ่งจากนั้นเจ้าหน้าที่สืบสวนได้ทำการสืบสวนในเชิงลึกกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสาธารณรัฐประชาชนจีน พบว่ากลุ่มชาวจีนดังกล่าวน่าจะเข้ามากระทำความผิดเกี่ยวกับการกระทำความผิดผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิค เมื่อทราบดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ทำการขอหมายค้นต่อศาลอาญารัชดาและได้ร่วมกับกองกำกับการปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ และสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว เข้าทำการตรวจค้น เมื่อทำการตรวจค้นพบกลุ่มชาวจีน จำนวน ๕๘ คน ได้ทำการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ พูดคุยกับลูกค้าที่หลงเชื่อและถูกดึงเข้ามาในกลุ่มแชท (WECHAT) ของแก๊งผู้ต้องหา

ซึ่งแก๊งผู้ต้องหาจะมีการจัดการให้ลูกค้าหลงเชื่อว่าหุ้นตัวไหนที่ดีเหมาะแก่การลงทุน โดยจะมีผู้ต้องหาคนอื่นแสดงเป็นอาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญ ในการให้ข้อมูลกับลูกค้าที่หลงเชื่อและจะมีผู้ต้องหาอีกส่วนหนึ่งแสดงตนเป็นคนคอยสนับสนุนความน่าเชื่อถือของอาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญ จากการ ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีจำนวนกลุ่ม WECHAT กว่า 100 กลุ่ม จากการสอบถาม กลุ่มคนร้ายสารภาพว่ามีกลุ่มนายทุนคนจีน ได้ว่าจ้างให้ตนเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยจะให้ค่าจ้าง จำนวน ๖,๐๐๐ หยวน หรือประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาท ซึ่งตกลงค่าจ้างให้ในช่วงสิ้นเดือนหลังจากที่ได้เริ่มทำงาน เจ้าหน้าที่สืบสวนได้ตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดไม่มีหนังสืออนุญาตให้ทำงานในราชอาณาจักรไทย จึงได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาดำเนินคดีในส่วนของเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตและถือได้ว่าเป็นบุคคลมีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคมฯ จึงดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและควบคุมกักตัวไว้ที่ห้องกัก สตม. เพื่อรอผลักดันส่งกลับสาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไป

จากการตรวจสอบห้องพักที่ใช้เป็นห้องทำงาน พบของกลางเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิด เช่น โทรศัพท์มือถือ จำนวนกว่า ๒๐๐ เครื่อง, คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จำนวน ๔๐ เครื่อง แผ่นกระดาษและสมุดจดบันทึกเป็นภาษาจีน (บันทึกการปฏิบัติในแต่ละวัน) จำนวนมาก ซึ่งของกลางในส่วนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจะได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อทำการร่วมตรวจสอบและหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งในส่วนของความผิดที่เกี่ยวกับกฎหมายประเทศไทยและที่เป็นความผิดเกี่ยวกับกฎหมายในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

 


สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

Related posts