การประชุมระดับมุขมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัด ในการประชุม IMT-GT ระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 25 (ชมคลิป)

การประชุมระดับมุขมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัด ในการประชุม IMT-GT ระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 25  และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ภายใต้แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย มาเลเชีย ไทย ณ จังหวัดกระบี่

 

 

วันนี้ 12 กันยายน 2562 ณ โรงแรมโซฟิเทล โภคีธรา กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ท จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการประชุม IMT-GT ระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 25 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ภายใต้แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ณ จังหวัดกระบี่ โดยวันนี้เป็นการประชุมระดับมุขมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่ง IMT-GT ได้ให้ความสำคัญกับผู้นำ และผู้บริหารท้องถิ่น เพราะถือว่าเป็นผู้ที่จะขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นจริงในระดับพื้นที่ เพื่อพัฒนาและสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ ที่มีอยู่ โดยมีมุขมนตรี ผู้นำรัฐของมาเลเซีย อินโดนีเซีย ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้แทนทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ ผู้แทนเลขาธิการอาเซียน ผู้แทนประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB และเจ้าหน้าที่อาวุธโสจากทั้ง 3 ประเทศเข้าร่วม


สำหรับการประชุมในวันนี้ พ.ต.ท. ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ทำหน้าที่เป็นประธานดำเนินการประชุม โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้กล่าวต้อนรับ และนำเสนอโครงการเมืองสีเขียว Krabi go green ที่จะทำให้จังหวัดกระบี่กลายเป็นจังหวัดสีเขียว นำไปสู่การขยายผล Andaman go green ภายใต้การพัฒนาแบบยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ไม่ทำลายธรรมชาติ และการใช้พลังงานสะอาดที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ โดยมีต้นแบบจากเมืองมะละกา ของประเทศมาเลเซีย และเมืองเมดาน ของประเทศอินโดนีเซีย ตามแผนงานของ IMT-GT นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาท่าเรือคุณภาพ รองรับ Cruise Business หรือ ธุรกิจเรือสำราญ ที่เน้นมาตรฐานความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีต่าง ๆ


เช่นเดียวกับหัวหน้าคณะฝ่ายมาเลเซียที่กล่าวว่า ความร่วมมือของทั้งสามประเทศ จะช่วยพัฒนาด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการพัฒนาเมืองสีเขียว ซึ่งเป็นการฟื้นฟูผลกระทบจากภาคธุรกิจ โดยมองว่าหากเร่งพัฒนาในเรื่องนี้ จะสามารถนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวมาเลเซีย และอินโดนีเซีย และไทยได้
ด้านหัวหน้าคณะฝ่ายอินโดนีเซีย มองว่าความร่วมมือของ IMT-GT จะช่วยแก้ไขปัญหาการคุกคามราคาที่ตกต่ำของสินค้าโภคภัณฑ์ เพื่อยกระดับราคาสินค้า โดยเฉพาะสินค้าภาคการเกษตรให้สามารถต่อรองกับตลาดและมีความเข้มแข็งมากขึ้น


นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีการพูดถึงการเพิ่มแนวระเบียงเศรษฐกิจที่ 6 เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเชื่อมพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างจังหวัดปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส มาเชื่อมโยงกับรัฐเประ และรัฐกลันตันของมาเลเซีย ทั้งนี้แนวระเบียงเศรษฐกิจที่ 6 จะส่งเสริมนโยบายการพัฒนาเมืองต้นแบบ หนองจิก-เบตง-สุไหงโกลก ไปเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ผ่านทางพื้นที่ East Coast Economic Region (ECER) และเชื่อมโยงต่อไปยังอินโดนีเซีย นั่นหมายความว่าทั้งสามประเทศ ต้องเร่งดำเนินโครงการเพื่อการเชื่อมโยงทางกายภาพ (Physical Connectivity Projects: PCPs) เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงในอนุภูมิภาค ทั้งโครงการก่อสร้างพัฒนา ถนน สะพาน ท่าเรือ ท่าอากาศยาน ด่านศุลกากร และการพัฒนาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งการพัฒนาทั้งหมดจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการขนส่งและการค้า เพื่อสร้างเข้มแข็งให้แก่ 3 ประเทศ ทั้งอินโดนีเซีย มาเลเชีย และไทย ภายใต้แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย (IMT-GT)

ข้อมูลข่าว / ภาพ
มโนธรรม ใจหาญ จ.กระบี่ รายงาน

Related posts