เจาะสนามเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร นายกอบจ.พิจิตร “ผู้กำกับ กบ” ตระกูลภัทรประสิทธิ์ เศรษฐีพันล้านสายแข็ง มาแรงตัวจริง

เจาะสนามเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร นายกอบจ.พิจิตร “ผู้กำกับ กบ” ตระกูลภัทรประสิทธิ์ เศรษฐีพันล้านสายแข็ง มาแรงตัวจริง

 

กลิ่นไอการเมืองสนาม อบจ.พิจิตร ที่ขณะนี้ถึงแม้ยังไม่รู้ว่าจะมีการเลือกตั้งวันไหน แต่ที่รู้แน่ๆ วันนี้ ว่าที่ผู้สมัคร นายก อบจ.พิจิตร มีแล้วแน่นอน 3 ทีม ส่วนใครจะเป็นสายแข็ง ที่มีสายป่านยาว มีกระสุน กระแส เพียบพร้อม คงต้องเกาะติดตามกระแส คอการเมืองห้ามกระพริบตาอย่างเด็ดขาด แต่วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ “ผู้กำกับ กบ” ทายาทตระกูลภัทรประสิทธิ์ ที่มีพี่ชาย เป็นพี่เลี้ยง และเป็นท่อส่งน้ำใหญ่ ชื่อ นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ อดีต สส.พิจิตร และ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีต สส. และเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ตระกูลเศรษฐีหมื่นล้าน

พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ “ผู้กำกับ กบ” อายุ 59 ปี เป็นบุตรชายของ นางวิไลลักษณ์-นายวิรัตน์ ภัทรประสิทธิ์ กำนันตำบลหัวดง ที่อดีตเป็นประธานชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดพิจิตร ที่ได้รับสมญานามว่า “บ้านใหญ่” “ผู้กำกับ กบ” เคยรับราชการเป็นตำรวจและเคยเป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวังทรายพูน และก่อนที่จะลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัว ตำแหน่งสุดท้าย ก็คือ ผู้กำกับกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 “ผู้กำกับ กบ” คนดังท่านนี้ สมรสแล้วกับ นางรพีรัตน์ มีบุตรี 2 คน มีพ่อตาชื่อ นายสุชน ชามพูนท ซึ่งเป็นอดีต สส. 14 สมัย และยังเคยเป็นรัฐมนตรีอีกหลายกระทรวง ( ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว ) มีแม่ยายชื่อ นางเปรมฤดี ชามพูนท อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครพิษณุโลก และยังเป็นเจ้าของธุรกิจการค้ามากมายในเมืองสองแคว อีกด้วย ดังนั้นเรื่องครอบครัวและฐานะความมั่นคง คงไม่ต้องบรรยายอะไรกันมากนัก

ในส่วนของความสัมพันธ์ในตระกูลภัทรประสิทธิ์ ขออธิบายโดยย่อให้ฟังว่า “ผู้กำกับ กบ” เป็นญาติผู้น้องของ นายวินัย – นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ซึ่งเป็นลูกชายของ นายวิศาล ภัทรประสิทธิ์ ที่อดีตเป็น สส.พิจิตร มีศักดิ์เป็นลุงของ “ผู้กำกับ กบ” และการที่ พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ ตัดสินใจลงเล่นการเมืองในสนามศึกชิงเก้าอี้ นายกอบจ.พิจิตร ก็ด้วยความเห็นชอบของครอบครัวและญาติพี่น้อง รวมถึงแรงหนุน แรงเชียร์ จากสายการเมืองท้องถิ่นทุกระดับ แถมยังมีกระแสข่าวที่แว่วว่า นายไพฑูรย์ แก้วทอง อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สส.พิจิตร หลายสมัย ที่ชาวพิจิตรเคารพนับถือ และ นาย อัศวิน วิภูศิริ สส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ก็แอบส่งแรงใจ แรงเชียร์ หนุนด้วยเช่นกัน จึงทำให้ กระสุน กระแส กระแซะ พร้อมทั้งทีมงาน สจ.30 คน 30 เขต เพียบพร้อม จึงกล้าตัดสินใจเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

พื้นที่การเลือกตั้งของจังหวัดพิจิตรที่มี 12 อำเภอ แบ่งเขตการเลือกตั้ง สจ.เป็น 30 เขต ซึ่งขณะนี้มีนักการเมือง อดีต สส.พิจิตร นักการเมืองท้องถิ่น และคนดัง ที่ต่างส่องมองเห็นศักยภาพและความพร้อมของ “ทีมพัฒนาจังหวัด เพื่อคนพิจิตร” จึงแห่ตบเท้าเข้าแถวขอร่วมทีมกันเป็นแถว แบบชนิดที่เรียกว่า คุณเลือกได้ไม่ผิดหวัง
เจาะลึกแม่ทัพคนแรกของ “ทีมพัฒนาจังหวัด เพื่อคนพิจิตร” คือ นายพิศ วิริยะอารีธรรม สจ.คนดังแห่งอำเภอสากเหล็ก ที่ได้รับสมญานามว่า “ใจถึง พึ่งได้” ที่ปัจจุบันเป็นรองประธานสภา อบจ.พิจิตร เป็นนักธุรกิจร้อยล้าน รับหน้าที่จัดทัพคุมทีมในพื้นที่ อ.สากเหล็ก อ.วังทรายพูน อ.เมืองพิจิตร รวมถึงเป็นถุงตังค์ใบใหญ่ ก็พร้อมสู้ศึกแบบไม่หวั่นแชมป์เก่า เพราะรู้ไส้รู้พุงกันอยู่

แม่ทัพคนที่ 2 ของ ทีมฯ คือ นายนาวิน บุญเสรฐ อดีต สส.พิจิตร เขต 2 และ ภริยา คือ นางณริยา บุญเสรฐ ที่เคยเป็นทั้งอดีต สส. และ อดีต ผู้สมัคร สส. เมื่อคราวที่ผ่านมา ก็ขอประกาศตัวมาเป็นแม่ทัพ จัดทีม ผู้สมัครและขอดูแลในพื้นที่ อ.ตะพานหิน อ.ทับคล้อ ควบคู่กับ สจ.วิทยา ยิ้มบิตุรงค์ และ สจ. ยงยุทธ ต่อมยิ้ม นักธุรกิจเงินสด เงินฝาก ระดับหลายร้อยล้าน , นายสันติ เสรีเศวตรัตน์ “เสี่ยผิน” อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองตะพานหิน ซึ่งเป็นแกนนำคนสำคัญในเขตเทศบาลเมืองตะพานหิน แถมยังมี นายปัญญา แพมงคล “เฮียไล้มังกรทอง” ซึ่งเป็นอดีตรองนายกเทศบาลเมืองตะพานหิน ( รักษาการ นายก ทม.ตะพานหิน ) ก็พา สจ.พฤหัส แพมงคล ซึ่งเป็นลูกชาย ขอย้ายค่ายมาร่วมรบทัพจับศึกในครั้งนี้ด้วย ดังนั้นยืนยันได้ว่า 2 อำเภอที่มีตะพานหิน 4 เขต ทับคล้อ 2 เขต ปักหมุด ปักธง ได้แน่นอน

แม่ทัพคนที่ 3 ของ ทีมฯ ต้องขอเอ่ยชื่อ นางมิ่งขวัญ พุกเปี่ยม “เจ๊หนิง”ประธานชมรมโรงสีข้าว จ.พิจิตร หญิงเหล็ก หญิงแกร่ง เงินถุง เงินถัง อดีตผู้สมัคร สส.พรรคไทยรักษาชาติ ที่เมื่อคราวหาเสียงได้ใจชาวบ้านรอเพียงแค่วันเข้าคูหาลงคะแนนก็จะได้เป็น สส.อยู่แล้ว แต่ทางพรรคไทยรักษาชาติ เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง จึงไม่ได้เดินเข้าสภา แต่คราวนี้ศึกชิงตำแหน่ง นายก อบจ.พิจิตร จึงขอส่งลูกชายและทีมงานลง สจ.เขต และประกาศตัวจัดทัพคุมทีมในเขต อ.ดงเจริญ อ.บางมูลนาก อ.โพทะเล ซึ่งมั่นใจว่าความดีและคะแนนสงสารที่ชาวบ้านจะมีให้ยังคงอยู่เป็นกอบเป็นกำ


แม่ทัพคนที่ 4 ของ ทีมฯ ที่จะดูแล อ.สามง่าม อ.วชิรบารมี อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.บึงนาราง ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่แม่น้ำยมไหลผ่าน งานนี้ยกหน้าที่ให้ตระกูล “เหลืองวิจิตร” ที่ปัจจุบัน เป็นทายาทรุ่นสอง คือ นายปุณยวัจน์ เหลืองวิจิตร “สจ.รถ” และ นายพงษ์ศักดิ์ เหลืองวิจิตร “สจ.เอก” รับหน้าที่เฟ้นหาตัวผู้สมัครที่ล้วนเป็นผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ชนิดที่เรียกว่า “สายแข็ง แรงดี สู้ไม่ถอย” มาร่วมทีมครั้งนี้ อีกทั้งเป็นตัววางยุทธศาสตร์ในการลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียง ซึ่งผ่านประสบการณ์ระดับชาติมาแล้ว ดังนั้นระดับท้องถิ่นขอเพียงแค่หัวหน้าทีมสั่งลุย ขุนศึกตระกูล “เหลืองวิจิตร” ยืนยันได้ว่าสู้ตายถวายชีวิตในสนามรบ


โดยสรุป ศึกชิงตำแหน่ง นายก อบจ.พิจิตร แห่งเมืองชาละวัน ที่มีความชัดเจนแล้วว่า จะมีผู้สมัครอย่างน้อย 3 ทีม แน่นอน แต่ทีมที่ ประกาศความพร้อมก่อนใครและพร้อมที่สุด ณ วันนี้ คงต้องชี้กันให้ชัดๆไปเลยว่า “ทีมพัฒนาจังหวัด เพื่อคนพิจิตร” ที่มี พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ “ผู้กำกับ กบ” เป็นหัวหน้าทีม และมี นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ อดีต สส.พิจิตร และ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีต สส. และเป็นอดีต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ตระกูลเศรษฐีหมื่นล้าน เป็นพี่เลี้ยง งานนี้คอการเมือง คงต้องจับจ้องมอง อย่ากระพริบตา รับรองได้ว่า กว่าจะถึงวันลงคะแนน สนุกแน่นอน

 

สิทธิพจน์ พิจิตร / รายงาน

Related posts