อธิบดี พก. ร่วมพิธีเปิดและมอบกายอุปกรณ์ใน “โครงการหน่วยแพทย์อาสาตรวจสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก”

อธิบดี พก. ร่วมพิธีเปิดและมอบกายอุปกรณ์ใน “โครงการหน่วยแพทย์อาสาตรวจสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก”

 

วันนี้ (20 พ.ค. 61) เวลา 07.00 น. ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร นายสมคิด สมศรี อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เข้าร่วมในพิธีเปิด “โครงการหน่วยแพทย์อาสาตรวจสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก” ที่จัดขึ้นในวันที่ 20 พฤษภาคม 2561 โดยมี นพ.เกษม วัฒนชัย ประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นักศึกษาหลักสูตรธรรมภิบาลทางการแพทย์รุ่นที่ 6 (ปธพ.6) ให้บริการแก่พระภิกษุสงฆ์และสามเณรกว่า 500 รูป และประชาชนทั่วไปที่สนใจรับบริการทางการแพทย์

นายสมคิด กล่าวว่า รัฐบาล นำโดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้ความสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการเสริมสร้างให้ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการของรัฐ อันเป็นสิทธิพื้นฐานและเครื่องหมายแสดงความเท่าเทียมของสังคม โดยมอบหมายให้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ดำเนินการตามนโยบายโดยใช้กลไกพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 มาตรา 20 กำหนดให้คนพิการมีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ ตลอดจนความช่วยเหลืออื่นจากรัฐ

อาทิ การบริการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยกระบวนการทางการแพทย์และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ค่าอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการ การฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ การยอมรับและมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมอย่างเต็มที่ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารสำหรับคนพิการ บริการล่ามภาษามือ การจัดสวัสดิการเบี้ยความพิการ การปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย เป็นต้น โดยประสานความร่วมมือกับภาครัฐ ภารเอกชน และประชาสังคมในรูปแบบประชารัฐ เพื่อให้คนพิการและทุกคนในสังคม สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

นายสมคิด กล่าวต่อไปว่า มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ แพทยสภา สถาบันพระปกเกล้า กระทรวงสาธารณสุข โดยนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์รุ่นที่ 6 (ปธพ.6) และภาคีเครือข่าย พร้อมแพทย์เฉพาะทางอาสา สหสาขาวิชาชีพและบุคลากรจิตอาสา จัด “โครงการหน่วยแพทย์อาสาตรวจสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก” โดยเป็นโครงการต่อเนื่องจากปี 2560 โดยร่วมกันให้บริการตรวจรักษา ตรวจสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ คลินิกเฉพาะทาง อาทิ คลินิกจักษุ คลินิกโรคหัวใจและหลอดเลือด คลินิกระบบประสาท คลินิกสอนกู้ชีพปั้มหัวใจ (CPR) คลินิกทันตกรรม คลินิกหูคอจมูก คลินิกตรวจเอกซเรย์ทรวงอก คลินิกวัคซีนไข้หวัดใหญ่ คลินิกตรวจสุขภาพช่องปาก คลินิกตรวจกระดูกและกล้ามเนื้อ เป็นต้น

โดยนำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐ เอกชน ลงพื้นที่ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร โดยมีเป้าหมายเป็นพระภิกษุจำนวน 200 รูป พระคิลานธรรม 200 รูป และสามเณร 100 รูป โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของ การให้บริการทางการแพทย์ การบริการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยกระบวนการทางการแพทย์ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จึงได้ร่วมมอบกายอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ คนพิการ บริเวณใกล้เคียงใช้เป็นสาธารณะประโยชน์ ได้แก่ การมอบรถเข็นนั่งไฟฟ้า จำนวน 1 คัน รถสามล้อโยกคนพิการ จำนวน 2 คัน รถเข็นนั่งสำหรับคนพิการ จำนวน 5 คัน และเก้าอี้สุขาพาสุข จำนวน 200 ชุด

“โครงการหน่วยแพทย์อาสาตรวจสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก” ครั้งนี้ นับเป็นงานจิตอาสาขนาดใหญ่ ที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของแพทย์จิตอาสา สหวิชาจิตชีพอาสา ร่วมกับบุคลากรจิตอาสาอื่นๆ เพื่อมอบโอกาสในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของคนทุกกลุ่มวัย ทั้งเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส และคนพิการ ด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ให้กับพระภิกษุและและสามเณรในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นการบูรณาการเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีจิตอาสา ที่ส่งผลดีต่อประชาชนในชุมชนเป้าหมายและจะขยายต่อเนื่องไปทุกปีให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มพระภิกษุสงฆ์ ให้เข้าถึงสิทธิและบริการจากรัฐอย่างทั่วถึงและครบวงจร” นายสมคิด กล่าวในตอนท้าย

##########################

Related posts