รองผจว.ลำปาง เป็นผู้แทนพระองค์ มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมโคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์ รุ่นที่ 2/1

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นผู้แทนพระองค์ ในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมในโครงการพระราชทาน “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง”กรมราชทัณฑ์ รุ่นที่ 2/1 ทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง

 

วันนี้ 4 มกราคม 2564 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นผู้แทนพระองค์ ในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมในโครงการพระราชทาน “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง” รุ่นที่ 2/1 ณ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยความเป็นอยู่ และการดำเนินชีวิตของประชาชนทุกหมู่เหล่า รวมทั้งผู้ต้องขัง ซึ่งเมื่อพันโทษไปแล้ว ให้สามารถดำเนินชีวิต และประกอบอาชีพพึ่งพาตนเองได้

จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีการฝึก อบรมโครงการพระราชทาน “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง” กรมราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้ทฤษฎีใหม่แบบชาวบ้าน ปั้นโคก ขุดหนอง ทำนา เพื่อสร้างต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ขนาดเล็ก โดยสามารถดำเนินการได้ในทุกเงื่อนไขของพื้นที่ และมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพื้นฐานความคิด การฝึกวินัย การลงมือปฏิบัติ ตลอดจนการแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถพึ่งพาตนเอง และช่วยเหลือผู้อื่นที่ได้รับความเดือดร้อนได้เมื่อพ้นโทษออกไปภายนอก

การฝึกโครงการพระราชทานโคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง ทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง รุ่นที่ 2/1 มีผู้เข้ารับการฝึกเป็นผู้ต้องขังชาย จำนวน 374 คน โดยปฏิบัติการฝึกอบรมเป็นเวลา 14 วัน ระหว่างวันที่ 21 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2564 แบ่งขั้นตอนการฝึกเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ การอบรมพึ่งตนด้วยทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง การแปลงทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ และสรุปและประเมินผล

การฝึกอบรมโครงการพระราชทาน “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง” เป็นความร่วมมือระหว่างกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อสนองพระราชปณิธาน และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานโครงการ “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง” เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มนักโทษเด็ดขาด ที่คาดว่าจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ และจะพ้นโทษในปี 2563 ในเรือนจำ 137 แห่ง

มีความรู้ความเข้าใจ ประยุกต์ใช้ทฤษฎีใหม่แบบชาวบ้าน ปั้นโคก ขุดหนอง ทำนา เพื่อสร้างต้นแบบและส่งเสริมทักษะทางการเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ขนาดเล็ก โดยสามารถบริหารจัดการพื้นที่สำหรับทำการเกษตรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นแนวทางให้ผู้ต้องขังสามารถพึ่งตนเองได้ มองเห็นโอกาสในการประกอบสัมมาชีพภายหลังพ้นโทษ ตลอดจนเกิดความภาคภูมิใจในสิ่งที่ตนได้ลงมือทำ เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ผู้อื่นไม่หวนกลับไปกระทำความผิดซ้ำอีก สมดังพระราชปณิธานคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

 

ภาวินันท์ บุตรหล้า /รายงาน

Related posts