พลเอกประวิตรฯ ห่วงใยคณะสงฆ์และประชาชนไทยพุทธในชุมชนห่างไกลเมืองจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 และสิบวันสุดท้ายรอมฎอน 64 พร้อมสั่งการให้ทุกฝ่ายเร่งช่วยเหลือโดยด่วน

พลเอกประวิตรฯ ห่วงใยคณะสงฆ์และประชาชนไทยพุทธในชุมชนห่างไกลเมืองจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 และสิบวันสุดท้ายรอมฎอน 64 พร้อมสั่งการให้ทุกฝ่ายเร่งช่วยเหลือโดยด่วน


วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการเร่งด่วนให้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมกับส่วนราชการและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นการด่วนที่สุดแก่คณะสงฆ์และประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธที่พักอาศัยบริเวณพื้นที่โดยรอบวัดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่บ้านและชุมชนรอบวัดที่ห่างไกลเมืองซึ่งมักพบว่ามีประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธเป็นจำนวนน้อยส่งผลให้การส่งเสริมกิจกรรมทางพุทธศาสนาไม่มีความสะดวกเท่าที่ควร บางพื้นที่มีประกาศงดปฏิบัติศาสนกิจของสงฆ์เป็นการชั่วคราว ทำให้พระและลูกวัดมีความเป็นอยู่และการปฏิบัติศาสนากิจประจำวันยากลำบากมากขึ้น ประกอบกับช่วงเวลานี้ เป็นช่วงสิบวันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ประจำฮิจเราะห์ศักราช 1442/2564 ซึ่งมักเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มากกว่าในช่วงเวลาอื่น


ในการนี้ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า พลเอก ประวิตรฯ ได้มีความห่วงใยต่อเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก เพราะคณะสงฆ์และประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ โดยเฉพาะที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลเมือง ล้วนได้รับผลกระทบ 2 ทาง ทั้งจากสถานการณ์โควิด-19 และเหตุการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีการใช้ความรุนแรงเป็นจำนวนมากกว่าเวลาอื่น พร้อมนี้ ได้มอบหมายให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เร่งไปดำเนินการให้ความช่วยเหลือคณะสงฆ์และประชาชน มีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบรรเทาความเดือดร้อนตามปัญหาข้างต้นทั้งในระดับพื้นที่ อาทิ การมอบหมายให้ส่วนราชการในจังหวัดรับผิดชอบดูแลให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของวัดและประชาชนในพื้นที่ห่างไกลในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง การจัดตั้งโรงครัวเพื่อจะได้ถวายอาหารแก่พระภิกษุสงฆ์สามเณรที่ไม่สามารถปฏิบัติศาสนากิจได้อย่างเต็มที่ตลอดห้วงเวลานี้ เป็นต้น ขณะเดียวกันก็ได้ประสานให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการ ให้ความช่วยเหลือและการสนับสนุนการปฏิบัติงานให้กับหน่วยงานในระดับพื้นที่ต่อไปโดยไม่ชักช้า ดังนั้น หากคณะสงฆ์และวัดใดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประสบปัญหาและความเดือดร้อนในเรื่องใด ขอให้ประสานงานโดยตรงไปยังจังหวัด สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดและสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดที่ตั้งเป็นลำดับแรก หรือ อาจจะประสานไปที่ ศอ.บต. ทางสายด่วน ศอ.บต. 1880
ภายหลังจากที่พลเอก ประวิตรฯ ได้สั่งการในข้างต้นนั้น ศอ.บต. ได้ลงพื้นที่พบปะเจ้าคณะประจำอำเภอในปัตตานี และเสาร์-อาทิตย์นี้ จะส่งทีมบัณฑิตอาสาในหมู่บ้านที่เป็นที่ตั้งของวัดและสำนักสงฆ์เพื่อจัดทำข้อมูลปัญหาและ ความเดือดร้อนของวัด พระภิกษุสงฆ์ สามเณรและประชาชนในพื้นที่ที่นับถือศาสนาพุทธโดยรอบวัดที่ห่างไกลและการดูแลให้ความช่วยเหลือยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อรวบรวมปัญหาและความจำเป็นให้สำนักปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยเหลือเร่งบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของพระภิกษุสงฆ์ สามเณรและประชาชนตามที่รองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตรฯ มอบหมายต่อไป
ทั้งนี้ มีการแสดงข้อมูลของพระอารามหลวง วัด สำนักสงฆ์ และที่พักสงฆ์ หรือ เทียบเท่า ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีจำนวนทั้งสิ้น 392 แห่ง แบ่งเป็นวัด จำนวน 309 แห่ง สำนักสงฆ์ จำนวน 11 แห่ง ที่พักสงฆ์ จำนวน 72 แห่ง มีพระภิกษุสงฆ์ รวมทั้งสิ้น 1,509 รูป และสามเณร รวมทั้งสิ้น 33 รูป มีชุมชนไทยพุทธที่อาศัยรอบบริเวณวัดที่เปราะบางและต้องการให้หน่วยงานรัฐเข้าไปช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อน มากถึง 26 ชุมชน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันในการให้ความช่วยเหลือเพื่อธำรงไว้ซึ่งความเป็นพหุสังคมและวัฒนธรรมที่ดีงามของจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามนโยบายของรัฐบาล

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

Related posts