สตม.จับกุมแก๊งเมียนมา หลอกทำบัตรประจำตัวชาวกะเหรี่ยงราคาสูง อ้างใช้แทนพาสปอร์ตและใบอนุญาตทำงานได้ ตำรวจไม่จับ

สตม.จับกุมแก๊งเมียนมา หลอกทำบัตรประจำตัวชาวกะเหรี่ยงราคาสูง อ้างใช้แทนพาสปอร์ตและใบอนุญาตทำงานได้ ตำรวจไม่จับ

 

 


​พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดำเนินการสืบสวนจับกุม คนต่างด้าวที่ได้เข้ามาในประเทศไทยแล้วมากระทำความผิดและทำความเดือนร้อนให้กับประชาชนทั่วไป
​เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2562 พ.ต.อ.ประวิทย์ ศิริธร ผกก.๒ บก.สส.สตม. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนทั่วไปว่า ได้มีกลุ่มคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ชักชวนให้ชาวเมียนมาที่มาอยู่ในประเทศไทยผิดกฎหมาย ทำบัตรประจำตัวชาวกะเหรี่ยง ในราคา 5,600 บาท ซึ่งเป็นค่าบัตร 5,500 บาท และค่าซองบัตรแขวนคออีก 100 บาท ซึ่งบัตรดังกล่าวสามารถแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศได้โดยจะไม่ถูกจับกุม เสมือนหนึ่งว่ามีหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงาน มีคนต่างด้าวหลงเชื่อทำบัตรแล้วจำนวนหนึ่ง ทำให้นายจ้างบางรายสงสัยจึงแจ้งให้ สตม. ทำการตรวจสอบ

 


​จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้สืบสวนจนทราบว่า แก๊งชาวเมียนมากลุ่มนี้ได้เช่าห้องพักรายเดือนเพื่อหลอกทำบัตรประจำตัวชาวกะเหรี่ยงในราคา 5,600 บาทจริง ซึ่งอ้างว่าบัตรดังกล่าวสามารถใช้แทนหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานได้ จึงได้ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.แสมดำ วางแผนเข้าตรวจค้น จนเมื่อวันที่ 23 ม.ค.2562 เวลาประมาณ 6.30 น. เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบ ห้องพักแบ่งให้เช่า ห้องที่ 79 ซ.สะแกงาม 36 ถ.สะแกงาม แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร พบคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย นายโม ซอ อายุ 38 ปี, น.ส.นาน อเย เง อายุ 24 ปี, นายซอ ฮ่อง เนียง อายุ 39 ปี, นายซอ ทาน อายุ 30 ปี กำลังร่วมกันพิมพ์บัตรประจำตัวชาวกะเหรี่ยงโดยใช้คอมพิวเตอร์และเครื่องปริ้นเตอร์พิมพ์บัตรพลาสติกแข็ง และอีกส่วนหนึ่งกำลังจัดเรียงบัตรและจัดเตรียมบัตรใส่ซองพลาสติก คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาทั้ง ๔ ราย รับสารภาพว่าได้รับทำบัตรประจำตัวชาวกะเหรี่ยงจริง

โดยได้โฆษณาชวนเชื่อว่าเมื่อมีบัตรประจำตัวกะเหรี่ยงดังกล่าว สามารถอยู่ในประเทศไทยได้ เดินทางไปไหนมาไหนได้ ทำงานที่ไหนก็ได้ในประเทศไทย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่จับกุม มีชาวเมียนมาหลายรายหลงเชื่อและได้มาทำบัตรดังกล่าวแล้วจำนวนมาก พร้อมกันนั้นเจ้าหน้าที่ได้พบอุปกรณ์การทำบัตรหลายรายการ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องปริ้นเตอร์ เครื่องตัดกระดาษ เครื่องพิมพ์ลายน้ำหน้าบัตร โมเด็ม เร้าเตอร์ บัตรประจำตัวบุคคลกะเหรี่ยงที่ทำเสร็จแล้ว 80 ใบ บัตรพลาสติกเปล่า 100 ใบ ซองบัตรห้อยคอ 20 ใบ โทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชีธนาคาร เครื่องวิทยุสื่อสารแบบตั้งโต๊ะและแบบพกพา เสาส่งสัญญาณวิทยุสื่อสาร ขนาด 350 วัตต์ จำนวน ๑ ต้น กุญแจมือ เป็นต้น ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากมีพฤติการณ์เข้าลักษณะคนต้องห้าม ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 (7) คือ มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชนหรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร

พร้อมกันนี้ได้ร่วมกันจับกุมในข้อหา “ร่วมกันมีและใช้ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาต” ดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนความผิดอื่นอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อไป
​​สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองขอเรียนให้ทราบว่า การเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยจะต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้อง กรุณาอย่าได้ไปหลงเชื่อผู้หนึ่งผู้ใดที่อ้างว่าสามารถอยู่ในประเทศได้และทำงานในประเทศไทยได้โดยไม่อยู่ในกรอบของระเบียบและกฎหมาย อาจจะทำให้ท่านตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้โดยง่าย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายังหมายเลขโทรศัพท์ 1178

 

Related posts