เดอะโจ๊ก!!นำทีมปูพรมบินลัดฟ้า…ทลายแก็งคอลเซนเตอร์กลางเมืองดูไบ (ชมคลิปคลิกๆ)

เดอะโจ๊ก!!นำทีมปูพรมบินลัดฟ้า…ทลายแก็งคอลเซนเตอร์กลางเมืองดูไบ

ผลงานยังร้อนระอุต่อเนื่องหลังจากนำทีมทลายศูนย์สั่งการ”ฉีเคอ”ชาวใต้หวัน..แก็งคอลเซนเตอร์รายสำคัญแบบถอนรากถอนโคลน
เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 21 มีนาคม 2561 ที่ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ส่วนหน้า) จังหวัดสมุทรปราการ พล.ต.อ. ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศูนย์ป้องกันและปรามปราม การฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์ และ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. หัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ป้องกันและปรามปราม การฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์ และ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท.1 บช.ทท. พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก. สมุทรปราการ พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก สปพ.พ.ต.ท.
อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รองผกก.สายตรวจ บก.สปพ


พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันแถลงผลการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รายสำคัญที่เปิดเป็นศูนย์สั่งการอยู่ภายในเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เป็นชาวไทยที่เต็มใจไปทำงานให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้จำนวน 23 คน และผู้ดูแลชาวไต้หวันอีกจำนวน 1 คน ผู้ต้องหาที่ร่วมกันหลอกลวงชาวไทยในลักษณะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อให้เหยื่อโอนเงินมูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท โดยจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้ที่บ้านเดี่ยวหรูหลังหนึ่ง ที่อยู่ภายในหมู่บ้าน วากา 4 ถนนวากา 27 เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังมีข้อมูลว่า สถานที่ดังกล่าวลักลอบตั้งเป็นศูนย์สั่งการณ์ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เครือข่ายของนายฉีเคอ ที่ถูกจับกุมไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา พร้อมด้วยของกลาง อุปกรณ์โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และเครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์ พร้อมทั้งบัญชีรายชื่อเหยื่อคอลเซ็นเตอร์ ที่ยังอยู่ระหว่างการสื่อสารเพื่อรอโอนเงิน และโพยรายชื่อเหยื่อพร้อมรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูง และบทพูดคุยระหว่างแก๊งคอลเซ็นเตอร์กับเหยื่อในแต่ละสายงาน
พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศูนย์ป้องกันและปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์ และ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การจับกุมผู้ต้องหากลุ่มนี้เกิดจากความร่วมมือ ของ ตำรวจไทย และ ตำรวจดูไบ เป็นเครือข่ายนายฉีเคอ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ล่าสุด เฉพาะต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีคนไทย 7 ราย จากหลายพื้นที่ถูกหลอกให้โอนเงินไปกว่า 1 ล้านบาท


ซึ่งทางด้านพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศก.ฉปทน.ตร.) ได้ทำการจับกุม 7 ผู้ต้องหาซึ่งเป็นชายไทย ซึ่งเป็นผู้ร่วมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมีทั้งรับจ้างเปิดบัญชี ผู้รวบรวมบัญชี และมีหน้าที่กดเงินออก รวมทั้งนายฉีเคอ ตัวการใหญ่ชาวไต้หวัน ที่ลักลอบเข้ามากบดาลอยู่ในประเทศไทยนานกว่า 20 ปี มีหน้าที่จัดหาและรวบรวมคนไปทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และจากการสอบสวนขยายผลจนทราบว่าก่อนที่ นายฉีเคอ จะถูกจับกุม นายฉีเคอ ยังได้รวบรวมพนักงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แล้วจัดส่งให้เดินทางไปเช่าบ้านเดี่ยวหรูในหมู่บ้าน วากา 4 ถนนวากา 27 เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดเป็นศูนย์สั่งการคอลเซ็นเตอร์ โดยมีชาวไต้หวัน ทำหน้าที่คอยควบคุมดูแลทำมาได้ประมาณ 6 เดือน มีเงินหมุนเวียนกว่า 50 ล้านบาท และเมื่อประมาณต้นเดือน มีนาคม 2561 แก๊งดังกล่าวนี้ได้โทรศัพท์เข้ามาหลอกลวงคนไทยจำนวน 7 ราย ได้เงินไปกว่าล้านบาท ซึ่งมีผู้เสียหายอยู่ในพื้นที่ สน.เตาปูน ดินแดง สภ.เมืองสมุทรปราการ สน.คลองตัน สภ.ฝาง สภ.ปราณบุรี และเมืองขอนแก่น


การทำงานของแก๊งนี้มีการนำเทคโนโลยีพิเศษมาใช้ หลังจากหลอกเหยื่อสำเร็จแล้ว จะวางอุบายเพื่อขอ OTP จากบัญชีธนาคารของเหยื่อ แล้วหลอกให้อ่านข้อความที่ธนาคารแจ้งยืนยันมา เมื่อเหยื่อบอก OTP ทางแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้ จะนำ OTP นี้เข้าโปรแกรมดัดแปลงทำให้คอมพิวเตอร์เปรียบเสมือนเป็นมือถือเครื่องหนึ่ง เข้าบัญชีธนาคารของเหยื่อแล้วโอนเงินออกไปยังปลายทางที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์แก๊งนี้ได้เตรียมไว้จนหมด เช่น bitcoin หรือบัญชีอื่นๆ แล้วถอนเงินออก นำส่งหัวหน้าแก๊งเพื่อแบ่งเงินตามเปอร์เซ็นต์ที่ได้ตกลงกันไว้ภายในกลุ่ม
สำหรับนายฉีเคอ ชาวไต้หวันเป็นผู้ต้องหาที่หลบหนีมาอยู่ในประเทศไทยประมาณ 20 ปี ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่งไม่สามารถเดินทางกลับประเทศตัวเองได้เนื่องจากมีประวัติต้องคดีที่ประเทศไต้หวัน ทำหน้าที่คอยรวบรวมคนเข้ามาทำงานคอลเซ็นเตอร์ รวบรวมบัญชีที่ใช้กดเงิน ถือเป็นผู้บริหารระดับสูงภายในแก๊งคอลเซ็นเตอร์แก๊งนี้
ด้านพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.ยังกล่าวอีกว่า การทำงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทางการดูไบเป็นอย่างดีจนทำให้เราสามารถขยายผลจนจับกุมผู้ต้องหาได้ยกแก๊ง และจะประสานกับเจ้าหน้าที่เพื่อขอขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องอีกและขอส่งตัวคนไทยทั้งหมดกลับประเทศไทยเพื่อดำเนินคดีต่อไป

อัฑฒ์ สุทธารักษ์ บก.บริหาร
หนังสือพิมพ์ 4 เหล่าทัพ
รายงาน

Related posts