ผวจ.ประจวบฯสั่งด่วน รื้อบิ๊กแบ๊กถุงดำพ้นหาดทับสะแก

ผวจ.ประจวบฯสั่งด่วน รื้อบิ๊กแบ๊กถุงดำพ้นหาดทับสะแก

 

วันที่ 16 ตุลาคม นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากกรณีฝ่ายปกครองอำเภอทับสะแก กรมเจ้าท่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ร่วมกันวางถุงบิ๊กแบ๊ก 1,000 ชุด ผลิตจากพลาสติคสีดำ บริเวณชายหาดหมู่ 2 บ้านทุ่งประดู่ ต.ทับสะแก เมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา ต่อมาชาวบ้านพบคราบฝุ่นสีดำบริเวณชายหาด ชาวบ้านบางรายมีผลกระทบจากอาการคันตามผิวหนัง จากการตรวจสอบพบว่าเป็นถุงบิ๊กแบ๊กเคยใช้บรรจุสารเคมีจากประเทศจีน ที่ผ่านมาได้รับบริจาคจากเอกชน

ซึ่งการนำไปใช้งานอาจมีปัญหาในข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดได้สั่งให้ฝ่ายปกครองอำเภอรื้อถุงดำออกทั้งหมด หลังจากเอกชนรายเดิมแจ้งว่าจะนำถุงบิ๊กแบ๊กสีขาวชุดใหม่มาบริจาคอีก 1,000 ชุด เพื่อบรรจุทรายวางเป็นแนวกันคลื่นชั่วคราวแก้ปัญหาคลื่นลมแรงที่มีผลกระทบกับประชาชน ขณะเดียวกันจังหวัดจะใช้งบป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ( ปภ.) ในวงเงิน 10 ล้านบาทจัดซื้อบิ๊กแบ๊กใหม่เพิ่ม เนื่องจากบริเวณดังกล่าวจะต้องใช้บิ๊กแบ๊กกว่า 4,000 ชุด

“ ได้สั่งการให้นายอำเภอทับสะแกตรวจสอบกับอุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อหาที่มาของถุงสีขาวชุดใหม่อย่าให้มีปัญหาเหมือนของเดิม และดูความเหมาะสมทุกด้านให้รอบคอบ สำหรับสำนักงานเจ้าท่าจังหวัดต้องไปดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการใช้อำนาจหน้าที่ กรณีรับมอบถุงบิ๊กแบ๊กจากเอกชนไปวางบนแนวชายหาด แม้ว่ามีเจตนาดีต้องการช่วยชาวบ้าน แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 8 ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปเก็บตัวอย่างคราบฝุ่นสีดำจากแบล็คคาร์บอน ทรายชายหาดที่ปนเปื้อนและนำทะเลไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ เพื่อประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะทราบผลภายใน 1 เดือน”นายพัลลภ กล่าว

นายพัลลภ กล่าวอีกว่า ปัญหานี้เกิดจากงบสร้างเขื่อน 60 ล้านบาท ของกรมเจ้าท่า ไม่ใช่งบประมาณของจังหวัด หลังจากมีผู้รับเหมาทิ้งงานตั้งแต่ปลายปี 2561 แต่มาตรการเยียวยาผลกระทบยังไม่มีความชัดเจน ทำให้ก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นที่หาดทุ่งประดู่ความยาว 1,175 เมตรสร้างได้เพียง 400 เมตร กรมเจ้าท่าทำสัญญาจ้างตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2560 ใช้เวลาสร้าง 540 วัน แต่ล่าสุดทราบว่ายังไม่มีการลงนามในสัญญาจ้างกับผู้รับเหมาะในวงเงินที่เหลือ 40 ล้านบาท สำหรับปัญหาเพราะสร้างเขื่อนไม่เสร็จนาน 3 ปี เมื่อประชาชนเดือดร้อนจังหวัดต้องเร่งให้การช่วยเหลือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาผลกระทบจากคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่งที่หาดทุ่งประดูอย่างต่อเนื่องนานหลายปี ทำให้บ้านพังหลายหลัง ล่าสุดมีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบประกาศขายบ้านพร้อมที่ดินในราคา 12 ล้านบาท หลังจากซ่อมแล้ว 3 ครั้ง ด้านนางแก้ว ศรีชะเอม นายอารมณ์ ศรีอิ่ม ชาวประมงหาดทุ่งประดู่ ที่อาศัยอยู่ริมหาด ระบุว่า ไม่ทราบว่าในถุงบิ้กแบ็คสีดำที่นำมาใส่ทราย วางเป็นแนวป้องกันคลื่น จะเป็นถุงที่มีสารเคมี เพราะชาวบ้านไม่มีความรู้ หากจะนำออกไปต้องนำถุงบิ้กแบ็คที่ไม่มีผลกระทบมาเปลี่ยนให้ทันที เพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของชาวบ้าน

นายนิพล ทองเก่า /ผู้สื่อข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์/0909944781

Related posts