ประจวบคีรีขันธ์-บูรณการทุกภาคส่วนร่วมวางมาตรการเฝ้าระวังป้องกันการระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019

ประจวบคีรีขันธ์-บูรณการทุกภาคส่วนร่วมวางมาตรการเฝ้าระวังป้องกันการระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019

 

นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด โดยมี นายคมสัน เจริญอาจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นพ.สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายอำเภอและผู้แทนจากทุกอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้ประกอบการโรงแรม สถานที่พัก ห้างค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่ ศูนย์การค้า ร้านขายยา เจ้าหน้าที่ อสม.และสื่อมวลชน เข้าร่วมประชุม เพื่อเตรียมพร้อมมาตรการเฝ้าระวังป้องกันการระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้ยืนยันผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการว่าพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสดังกล่าว 1 รายที่อำเภอหัวหิน และเป็นรายที่ 8 ที่พบในไทยโดยเป็นหญิงชาวจีนอายุ 73 ปี ซึ่งติดเชื้อมาจากประเทศจีนก่อนเดินทางมาท่องเที่ยวที่หัวหิน ขณะนี้อาการดีขึ้นแล้วแต่ยังต้องอยู่ในระบบเฝ้าระวังควบคุมโรคที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในอำเภอหัวหินจนกว่าจะตรวจไม่พบเชื้อ

นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดมาตรการเฝ้าระวังทางอากาศ คือที่ท่าอากาศยานหัวหิน มีเที่ยวบินมาลงทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และอาทิตย์ แม้จะเป็นเที่ยวบินที่เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย แต่ก็มีการตั้งจุดคัดกรองตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2563 โดยทำการตรวจคัดกรองผู้โดยสารไปจำนวนกว่า 2,000 รายยังไม่พบผู้ที่มีอาการป่วยเข้าข่ายต้องสงสัย ขณะเดียวกันที่จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร อำเภอเมือง ท่าเรือประจวบคีรีขันธ์ อำเภอบางสะพาน และท่าเรือเฟอร์รี่เขาตะเกียบ อำเภอหัวหิน ก็มีระบบการตรวจคัดกรองเช่นกัน


สำหรับในส่วนของโรงแรม สถานที่พัก ได้กำชับให้นายอำเภอทุกอำเภอตรวจสอบนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาเข้าพัก ขณะที่ผู้ประกอบการจะต้องแจ้งข้อมูลนักท่องเที่ยวต่างด้าวที่เข้าพักให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทราบภายใน 24 ชม. ตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากพบนักท่องเที่ยวมีอาการป่วยเข้าข่ายต้องสงสัยให้แนะนำเข้ารับการตรวจรักษา ส่วนห้างค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่ ศูนย์การค้า รวมทั้งโรงแรม ขอให้จัดหาเจลล้างมือไว้บริการลูกค้า และเพิ่มความถี่การเช็ดทำความสะอาดบริเวณจุดสัมผัสต่างๆ เพื่องป้องกันโรค
พร้อมขอความร่วมมือสื่อมวลชนให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนกแต่ให้รู้จักวิธีการป้องกันตนเอง เช่น การสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องไปในสถานที่ผู้คนพลุกพล่าน กินร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ

ด้าน นพ.สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฯ ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินกรณีโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2563 มีการประชุมติดตามประเมินสถานการณ์ทุกวัน มีการซักซ้อมแผนรับมือกรณีพบผู้ป่วนเข้าข่ายต้องสงสัย พร้อมประสานการทำงานกับโรงพยาบาลของรัฐ 10 แห่ง และโรงพยาบาลเอกชน 2 แห่ง ในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ ตรวจคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการไข้เกิน 38 องศา เจ็บคอ น้ำมูกไหล หอบเหนื่อยร่วมกับมีประวัติการเดินทางไปยังแหล่งที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสคือมณฑลหูเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายในช่วงเวลา 14 วัน เมื่อพบผู้ป่วยต้องสงสัยจะมีห้องแยกโรคทางอากาศในทุกโรงพยาบาลและมีการเก็บตัวอย่างเชื้อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการติดเชื้อ


นายธนนท์ พรรพีภาส นายอำเภอหัวหิน กล่าวว่า จากการประชุมร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ พบว่าขณะนี้มีผู้ประกอบการบางรายฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาหน้ากากอนามัย ซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค จึงได้สั่งการให้สาธารณสุขอำเภอหัวหินทำหนังสือแจ้งเตือนผู้ประกอบการ และประสานกับศูนย์ สคบ.ของเทศบาลเมืองหัวหิน ร่วมกันสอดส่องพฤติกรรมของผู้ประกอบการ นอกจากนี้ หน้ากากอนามัยขาดตลาด ให้หาแนวทางเปิดสอนให้ประชาชนทำหน้ากากอนามัยด้วยตนเอง สำหรับประเด็นน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีราคาสูง ได้มีการสอบถามทางสาธารณสุขอำเภอหัวหิน ทราบว่าสามารถใช้น้ำยาไฮเตอร์ 1 ฝา ผสมน้ำ 5 ลิตร ใช้เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อได้เช่นเดียวกัน


สำหรับความรุนแรงของโรคไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ จะมีความรุนแรงน้อยกว่า MERS และ SARS อัตราการเสียชีวิตของ MERS อยู่ที่ 30 % ของ SARS อยู่ที่ประมาณ 10 % แต่ของโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่อยู่ที่น้อยกว่า 3% การเดินสวนกันไปมา ไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อนี้ แต่การพูดคุยในระยะใกล้หรือมีการไอ จาม และมีฝอยละอองกระเด็นมาถูกบริเวณใบหน้า จะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ ความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับอายุ โดยในเด็กความรุนแรงของโรคจะน้อยกว่าในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ หรือกล่าวได้ว่าความรุนแรงจะเพิ่มขึ้นตามอายุนั่นเอง ดังนั้นในภาวะปกติที่โรคยังไม่ระบาด ควรดำเนินชีวิตแบบปกติ รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกาย ให้สม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องไปในสถานที่ผู้คนพลุกพล่าน กินร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ เป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด
พ.ต.ต.สันติ อ่อนน้อม สว.ตม.จว.ประจวบฯ
ได้กำชับเจ้าหน้าที่คุมเข้มยานพาหนะที่เดินทางผ่านแดนโดยเฉพาะรถตู้โดยสารนอกจากนี้ยังได้คุมเข้มนักท่องเที่ยวโดยได้ประสานเจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรคเพื่อตั้งจุดคัดกรองนักท่องเที่ยวบริเวณจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขรที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากในช่วงวันหยุด

 

นายนิพล ทองเก่า หัวหน้าศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

Related posts