ยะลา – ศอ บต ผลักดันการท่องเที่ยวชุมชนให้เข็มแข็ง เตรียมรับ สนามบินเบตง

ศอ.บต.ผลักดัน อำเภอเบตง จังหวัดยะลาให้เป็นเมืองต้นแบบการท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้การท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นด้าน ศอ.บต.พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวชุมชนให้เข็มแข็ง เพื่อเตรียมรับ สนามบินเบตง-สกายวอค เปิดใช้กลางปีนี้

 

 


เมื่อวันที่ 27 ก..63 พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต.พร้อมคณะเดินทางมายังบ่อน้ำร้อนนากอ ในพื้นที่ ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในพื้นที่ตำบล.อัยเยอร์เวง ซึ่งในปัจจุบันอำเภอเบตง ยังคงมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ควบคู่ไปกับความเจริญเติบโตอย่างมาก และมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่า 1 เท่าตัว โดยมีนักท่องเที่ยวให้ความความสนใจเดินทางมาเยือนอำเภอเบตง อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในวันนี้แม้การเดินทางมาอำเภอเบตงยังต้องใช้เวลานาน แต่ก็คงยังมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย -สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เดินทางมาค่อนข้างมากในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และในช่วงไฮซีซั่น ซึ่ง ศอ.บต. ภายใต้การดำเนินงานของรัฐบาลได้พยายามผลักดันในการส่งเสริมให้อำเภอเบตงเป็นต้นแบบในมิติด้านการ ท่องเที่ยว และการค้าชายแดน ซึ่ให้เป็นไปตามนโยบายสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และเป็นเมืองต้นแบบการพัฒนาเพื่อพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนและคาดว่าหลังจากที่มีการเปิดใช้สนามบินเบตง ในเดือนมิถุนายน 2563 นี้ จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มเป็น 1 ล้านคน และมีรายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี


ซึ่งอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นอำเภอหนึ่งในโครงการสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของ รัฐบาล ซึ่ง ครม.มีมติ เห็นชอบ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2559 (ปี พ.ศ.2560-2563) เพื่อต้องการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้กับพื้นที่ 3 อำเภอในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการขับเคลื่อนงานทุกมิติ โดยอำเภอเบตง เป็นเมืองต้นแบบการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่มาจากการท่องเที่ยว เพื่อขยายตัวของเศรษฐกิจ ในพื้นที่ จึงเกิดโครงการมากมายเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว เช่น โครงการสนามบินเบตง โครงการจุดชมวิวทะเล หมอกอัยเยอร์เวง หรือสกายวอล์ค โครงการชุมชนท่องเที่ยว เป็นต้น
ทั้งนี้จากข้อมูลกระทรวงการท่องเที่ยวด้านการท่องเที่ยวจังหวัดยะลา ณ.วันที่ 15 มกราคม 2562 เมื่อปี 2559 มีรายได้จากการท่องเที่ยว 2,886.29 ล้านบาท ปี 2560 มีรายได้ 3,145.57 ล้านบาท อัตราเพิ่มขึ้น อยู่ที่ 8.98 เปอร์เซ็นต์ และ ปี 2561 มีรายได้ 3,443.17 ล้านบาท อัตรารายได้เพิ่มขึ้นจาก ปี 2560 อยู่ที่ 9.44 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะเห็นได้มีรายได้เพิ่มขึ้นในทุกๆปี


ด้านนายซูไฮมี มีน กรรมการกลุ่มบ่อน้ำร้อนนากอ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ให้สัมภาษณ์ว่า บ่อน้ำร้อนนากอ เดิมเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน และมีสภาพทรุดโทรม แต่ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงไปแล้วกว่า 30 เปอร์เซ็นต์โดยได้รับความร่วมมือจาก ศอ.บต. และชาวบ้านในพื้นที่มาช่วยกันซ่อมแซมและพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ทั้งไทยและต่างชาติ ซึ่งเราจะมีการเตรียมความพร้อมจะมีการกระจายนักท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆในพื้นที่ทำให้ชาวบ้านเกิดความเข้มแข็ง มีอาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้น ที่มาจากการค้าขาย การเปิดโฮมสเตย์ และการนำเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยว และผมคิดว่าอนาคตจะนำไผ่จากโครงการส่งเสริมการทำเกษตรผสมผสาน การปลูกไผ่เศรษฐกิจ พืชแห่งอนาคตจังหวัดชายแดนภาคใต้มาปลูกที่บริเวณแห่งนี้ รวมถึงสร้างโฮมสเตย์และฟอร์นิเจอร์ด้วยไม้ไผ่อีกด้วย อย่างไรก็ตามบ่อน้ำร้อนนากอ จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมีนาคมนี้ เพื่อทำให้แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นที่รู้จักแก่คนในและพื้นที่มากยิ่งขึ้นต่อไป


อย่างไรก็ตาม ศอ.บต. ได้ขับเคลื่อนและผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยผ่านนโยบายของรัฐบาลในโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”ซึ่งมีเป้าหมายที่จะพัฒนาและช่วยแก้ไขปัญหา พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นำไปสู่ความเจริญก้าวหน้า เพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมถึงพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ให้เป็นที่รู้จัก สามารถทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเกิดความสันติสุขอย่างยั่งยืน


สัมภาษณ์…นายซูไฮมี มีน กรรมการกลุ่มบ่อน้ำร้อนนากอ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา (อยู่ท้ายเฟรมภาพ)
ข่าว ธานินทร์ โพธิทัพพะ
ปื๊ด เบตง 0872963998

Related posts