กองบัญชาการกองทัพไทย โดย สำนักงานพัฒนาภาค ๔ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ร่วมกับ หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ติดตั้งเครื่องสูบน้ำแรงสูง และเครื่องผลักดันน้ำ เร่งระบายน้ำที่ท่วมขังช่วย บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ในพื้นที่ ท่วมขัง จังหวัดปัตตานี

กองบัญชาการกองทัพไทย โดย สำนักงานพัฒนาภาค ๔ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ร่วมกับ หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ติดตั้งเครื่องสูบน้ำแรงสูง และเครื่องผลักดันน้ำ เร่งระบายน้ำที่ท่วมขังช่วย บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ในพื้นที่ ท่วมขัง จังหวัดปัตตานี

 

สืบเนื่องจาก ได้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ จากเหตุการณ์ดังกล่าว สนภ.๔ นทพ.ร่วมกับ ฉก.ปัตตานีได้ร่วมกัน
วิเคราะห์และร่วมวางแผนในการหาทางแก้ไขปัญหา ที่ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง และ น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร จังหวัดนราธิวาส และ จังหวัดยะลา มวลน้ำในพื้นที่ต้นน้ำจังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส ปริมาณมากไหลมาระบายลงสู่ทะเลอ่าวไทย ที่จังหวัดปัตตานี ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำปัตตานี และแม่น้ำสายบุรี


ประกอบกับการเปิดประตูระบายน้ำ จากเขื่อนบางลาง จังหวัดยะลา ทำให้ปริมาณน้ำในจังหวัดปัตตานี เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ปริมาณน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมืองปัตตานี, บ้านเรือนประชาชน รวมถึงพื้นที่ทางการเกษตร สร้างผลกระทบความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง

พลตรี กฤษณ์ จันทรนิยม ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค ๔ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ร่วมกับ พลตรี คมกฤช รัตนฉายา ผู้บัญชาการหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี บูรณาการร่วมกัน โดยให้การสนับสนุนกำลังพล, ยานพาหนะยุทโธปกรณ์ พร้อมเครื่องสูบน้ำแบบเทเลอร์ปั๊ม ขนาดใหญ่ ๑๒ นิ้ว ๑ เครื่อง (อัตราการสูบน้ำ ๑,๔๐๐ ลูกบาศก์ลิตรต่อชั่วโมง) สูบน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ซึ่งมีราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน ๑,๐๐๐ ครัวเรือน ประมาณ ๓,๐๐๐ คน


และติดตั้งเครื่องดันน้ำ จำนวน ๑ เครื่อง เพื่อผลักดันน้ำออกจากคลองสาขาแม่น้ำปัตตานี บ้านบางเขา ตำบลบางเขา อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เพื่อระบายน้ำออกสู่ทะเล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับราษฎร โดยมีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย จำนวน ๑,๐๐๐ ไร่ เริ่มดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๔ เป็นต้นมา จนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ

Related posts