“เลขาธิการฯ ศาลยุติธรรม” และคณะผู้บริหารศาลพัทยา สาธิตนวัตกรรม พัฒนาดิจิทัลคอร์ท เทคโนโลยีครบวงจรสนับสนุนงานก่อนฟ้อง ชั้นฟ้อง หลังพิพากษา :

“เลขาธิการฯ ศาลยุติธรรม” และคณะผู้บริหารศาลพัทยา สาธิตนวัตกรรม พัฒนาดิจิทัลคอร์ท เทคโนโลยีครบวงจรสนับสนุนงานก่อนฟ้อง ชั้นฟ้อง หลังพิพากษา :

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 63 นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม นายวันชัย แก้วพรหม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพัทยา นางสาวเสมอแข เสนเนียม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงพัทยา และนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ได้ลงพื้นที่พร้อมคณะสื่อมวลชน เยี่ยมชมศาลจังหวัดพัทยาและศาลแขวงพัทยา ซึ่งมีการสาธิตนวัตกรรมช่วยสนับสนุนการพิจารณาพิพากษาคดี ทั้งในช่วงก่อนฟ้อง รับฟ้อง ระหว่างพิจารณา และหลังพิพากษา ตามนโยบายการพัฒนาศาลยุติธรรม สู่ศาลดิจิทัล (Digital Court) ในปี 2563 (ค.ศ.2020) โดยเจ้าหน้าที่ ได้สาธิตระบบ AWIS (เอวิส) การเชื่อมฐานข้อมูลการออกหมายจับ และผลการจับกุมตามหมายจับ สนับสนุนงานตุลาการช่วงก่อนฟ้องระหว่างศาลยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำให้มีฐานข้อมูลหมายจับที่เป็นปัจจุบันแบบเรียลไทม์ การปฏิบัติงานในหน่วยงานกระบวนการยุติธรรม สะดวก รวดเร็ว เกิดประโยชน์ร่วมกันยิ่งขึ้น

การเข้าระบบยื่นฟ้องออนไลน์ e-Filing (อี-ไฟล์ลิ่ง) โดยขณะนี้ได้พัฒนาระบบสู่ version 3 รองรับประเภทคดีได้เพิ่มเติมมากกว่าเดิม ทั้งคดีแพ่งการร้องขอจัดการมรดก ร้องขอให้เป็นบุคคลสาบสูญ คดีผู้บริโภค เป็นต้น และการยื่นฟ้องคดีอาญาที่มีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ รวมถึงสามารถส่งคำคู่ความทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วยระบบ CIOS (ซีออส) ให้บริการคู่ความเกี่ยวกับข้อมูลคดีศาลยุติธรรม อาทิ คำสั่งศาล ผลการส่งหมาย ปฏิทินนัดพิจารณา การรับรองคดีถึงที่สุด การติดตามสำนวนคดี ทนายขอแรง เป็นต้น ให้บริการผ่านอินเตอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง สามารถใช้งานในระบบได้ผ่านทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ (สมาร์ทโฟน) เชื่อมโยงข้อมูลจาก 272 ศาล ไว้ในระบบเดียวกัน สร้างความสะดวก ลดขั้นตอนให้เกิดความรวดเร็ว และลดค่าใช้จ่าย เข้าถึงข้อมูลคดีได้โดยไม่ต้องมาศาล อีกทั้ง CIOS ยังเป็นระบบ Tracking System (แทรคกิ้ง) หรือการติดตามสำนวนออนไลน์ สำหรับประชาชน คู่ความ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งคู่ความจะสามารถทราบความเคลื่อนไหวของข้อมูลคดีที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลได้ทุกที่ ทุกเวลา

ระบบ Corporate Banking การคืนเงินค่าธรรมเนียมศาล ผ่านระบบธนาคารออนไลน์ แทนระบบเดิมที่จ่ายด้วยเช็ค ซึ่งเป็นระบบสร้างความสะดวกให้คู่ความและทนายความ ช่วงรับฟ้อง ระหว่างการพิจารณา และหลังพิพากษา ระบบ e-Notice การประกาศนัดไต่สวนคำร้องต่าง ๆ ด้วยสื่อสารสนเทศ IT เช่น เว็บไซต์ศาล โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แทนการลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์

ระบบการไกล่เกลี่ยออนไลน์ (Online Mediation) ที่ดำเนินการได้ในหลายช่องทาง อาทิ ประชุมทางโทรศัพท์ (มือถือ) แอปพลิเคชั่น LINE , ZOOM, Webex by Cisco ซึ่งระบบเหล่านี้สนับสนุนขั้นตอนระหว่างพิจารณาคดี ให้เกิดความรวดเร็วและลดค่าใช้จ่ายของคู่ความ โดยปัจจุบัน ช่วงสถานการณ์ COVID-19 ที่จัดให้มีระบบการไกล่เกลี่ยออนไลน์ (Online Mediation) สามารถไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทด้วยความเป็นธรรม ปัจจุบันมีคดีเข้าสู่ระบบไกล่เกลี่ยออนไลน์กว่า 13,000 คดี ในศาล 207 แห่งทั่วประเทศ

ทั้งนี้ นอกจากการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์สนับสนุนการบริหารจัดการด้านคดีแล้ว ส่วนบริการประชาชนในขั้นตอนการปล่อยชั่วคราว ศาลยุติธรรมและสำนักงานศาลยุติธรรมได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องต่อการยกระดับคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหา/จำเลย ได้นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ Electronic Monitoring (กำไลข้อเท้า EM) สำหรับจำกัดพื้นที่การเดินทางที่มีศูนย์ติดตามฯ เฝ้าตรวจดูสัญญาณอุปกรณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นอีกทางเลือกในการปล่อยชั่วคราว ร่วมกับการยื่นประกันด้วยคำร้องใบเดียว และการประเมินความเสี่ยงเพื่อให้ทราบถึงพฤติการณ์ของผู้ต้องหา/จำเลยแต่ละคนที่จะป้องกันการหลบหนีด้วย

โดยช่วงเดือนสิงหาคม นี้ สำนักงานศาลยุติธรรม ครบ 20 ปี การบริหารองค์กร ได้ก้าวสู่การพัฒนาอีกขั้นจึงจัดทำ “ระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะด้วยบัตรประชาชนใบเดียว” หรือ Smart Card ซึ่งเป็นอีกนวัตกรรมก้าวสู่ความเป็นดิจิทัลคอร์ท โดยระบบดังกล่าวจะทำให้การติดต่อราชการศาลมีความสะดวก รวดเร็ว ซึ่งวิธีดำเนินการ พนักงานต้อนรับปะจำศาล (สาวเสื้อฟ้าประจำแต่ละศาล) จะสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการมาติดต่อศาล จากนั้นสแกนบัตรประชาชนของผู้มาติดต่อ ผ่านโปรแกรม SIAM ID เมื่อขึ้นข้อความให้เลือกติดต่อกลุ่มงาน เจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อความไปยังกลุ่มงานที่ถูกเลือกทันทีผ่าน LINE NOTIFY ชื่อของผู้ติดต่อก็ปรากฏโดยอัตโนมัติที่หน่วยงานปลายทาง ไม่ต้องมีการพิมพ์ และยังปรากฏรายละเอียดของการมาติดต่อเบื้องต้นด้วย โดยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานที่ได้รับข้อความแจ้งดังกล่าว สามารถเตรียมความพร้อมในการให้บริการล่วงหน้าประชาชนคู่ความ รวมถึงการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ตามห้องพิจารณาต่าง ๆ เกี่ยวกับการมาถึงของพยานคู่ความได้ทันที ช่วยอำนวยความสะดวกให้พนักงานอัยการและทนายความในการติดตามพยาน/ตัวความได้ทางหนึ่งด้วย ซึ่งผลงานนวัตกรรมนี้ คณะทำงานบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีดิจิทัลของศาลยุติธรรมประจำจังหวัดกาญจนบุรีได้ร่วมพัฒนา ขณะนี้ศาลจังหวัดกาญจนบุรีกำลังดำเนินการนำร่องเริ่มต้นระบบ ในอนาคตเตรียมขยายถึงศาลพื้นที่ต่าง ๆ ด้วย พร้อมกับการพัฒนาต่อยอดที่จะนำข้อมูลที่ได้จากบัตรประชาชนมาเก็บในฐานข้อมูลเพื่อสร้างแบบคำร้องขออัตโนมัติ เช่น คำร้องขอคัดถ่ายเอกสารในสำนวน คำร้องขอปล่อยชั่วคราว คำร้องใบเดียวของจำเลยในการปล่อยชั่วคราวตามนโยบายประธานศาลฎีกา หรือสร้างระบบการตรวจสอบฐานข้อมูลความเกี่ยวข้องของบุคคลนั้น ๆ อาทิ ข้อมูลประวัติคดี ข้อมูลหมายจับ ข้อมูลการมีสิทธิได้รับเงินในคดี

และในปี 2563 ต่อเนื่องปี 2564 สำนักงานศาลยุติธรรม” ยังเตรียมพัฒนาระบบคัดกรอง ตรวจสอบ ยืนยันตัวบุคคล สำหรับผู้ต้องหา/จำเลยในคดีอาญา ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ Biometrics (ไบโอเมทริกซ์) อาทิ การสแกนม่านตา หรือ ไอริส (IRIS CODE) การสแกนนิ้วมือ (Finger Print) ระบบ 4 : 4 : 2 การสแกนหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต หรือ Passport) ที่พร้อมจะต่อยอดเชื่อมโยงการตรวจสอบฐานข้อมูลยืนยันตัวบุคคลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการคิดพัฒนาโดยสำนักส่งเสริมงานตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม

Related posts