ยุบพรรคก้าวไกล…? : โดย ดร.พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์

ยุบพรรคก้าวไกล…? : โดย ดร.พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์

วันที่ 7 สิงหาคมนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะยุบพรรคก้าวไกลไหม ? ถ้าคนในพรรคก็ต้องต่อสู้ว่าไม่มีเหตุผลจะต้อง “ยุบ” ตามที่ กกต.ได้ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ พรรคก้าวไกลไม่ได้ “ล้มล้างการปกครอง” ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้แล้ว ข้อต่อสู้ทางกฎหมายของพรรคก้าวไกล นั้น ขัดแย้งกันอยู่กับสถานการณ์จริงทางการเมืองที่ผ่านมา ดังต่อไปนี้

ข้อเท็จจริงศาลรัฐธรรมนูญจะต้องยุบพรรคก้าวไกล มีดังต่อไปนี้

1.การเคลื่อนไหวที่ผ่านมาในช่วงคณะรัฐประหาร คสช. พ.ศ. 2557 และรัฐบาลพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา  การ “ชี้นำ” ทางความคิดและ “ทฤษฏี” ของแกนนำมีการเสนอแนวทางของคณะราษฏร์ขึ้นมารื้อฟื้นใหม่(ที่จริงไม่ต้องรื้อฟื้นหรอกเพราะเป็นอยู่แล้ว) ซึ่งแนวทางการเมืองของคณะราษฏร์ นั้น ได้พิสูจน์แล้วว่าในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ 24 มิถุนายน 2475 นั้น ล้มเหลว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรในทางการเมืองเลย  แต่แกนนำมวลชนและสมาชิกระดับสูงของพรรคก้าวไกลไม่ยอมรับและยังจะดันทุรังที่จะรื้อฟื้นกลับขึ้นมาใหม่ ความขัดแย้งระหว่างคนในสมาชิกคณะราษฏร์เองและความ “ขัดแย้ง” ทางทฤษฏีระหว่าง“คณะราษฏร์” กับ ”พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว” รัชกาลที่ 7 ยังดำรงอยู่ถึงปัจจุบัน ไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งความ “ขัดแย้ง” ทางทฤษฏีระหว่างแนวทางคณะราษฏร์กับแนวทางการเมืองของพระบาทสมเด็จปกเกล้าเจ้าอยู่หัว นั้น ต่อเนื่องกันมาถึงการเคลื่อนไหวของมวลชนและสมาชิกพรรคก้าวไกลปัจจุบัน

แกนนำและนักวิชาการของพรรคก้าวไกล ยังมองว่าความผิดทั้งหมดทั้งสิ้นทางการเมืองเพราะการรัฐประหาร,คณะรัฐประหารและสถาบันพระมหากษัตริย์ (ยกเลิกผลพวงการรัฐประหาร) จึงมีการพุ่งเป้าหมายไปที่ “การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์”เป็นหลักจึงเกิดปัญหาขึ้นกับแกนนำมวลชน สมาชิกพรรคบางคน พรรคก้าวไกลจึงย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการกล่าวพาดพิงไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ เวลาการอธิบายบนเวทีการชุมนุมและสื่อทางโซเชียล ฯลฯ

ทั้งๆ ที่สถานการณ์จริง คือ คณะราษฏร์เองก็เป็นคณะแรกที่ใช้วิธีการทำรัฐประหาร และประกาศใช้รัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2475 เลย โดยไม่มีการสถาปนาการปกครองแบบประชาธิปไตยขึ้นมาใหม่แต่ประการใด  จะมีเพียงการเปลี่ยนคณะปกครองและให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญของคณะราษฏร์ เท่านั้น การให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ใต้กฎหมายไม่ได้หมายความว่าเป็นระบอบประชาธิปไตยหรือเผด็จการแต่ประการใดเลย แต่คณะราษฏร์ก็อธิบายว่า นี้ “การอภิวัฒน์” หรือ แม้จะมีการเสนอ “เค้าโครงร่างเศรษฐกิจ 6ข้อ” ก็ไม่มีประโยชน์อันใดก็เหมือนการเสนอนโยบายของพรรคการเมืองตอนหาเสียง พอเป็นรัฐบาลแล้วก็ทำอะไรไม่ได้เลย เค้าโครงเศรษฐกิจ 6 ประการของ “อาจารย์ปรีดี พนมยงค์” จึงเป็นนโยบายเพ้อฝัน เพราะไม่ได้อยู่ภายใต้หลักการ “อำนาจอธิปไตยปวงชน”  หรือ ไม่ได้เป็นระบอบประชาธิปไตย  นั้นเอง

2.หลังการถูกจับกุมคุมขังตามมาตรา 112 ผู้นำมวลชนและแกนนำพรรคก้าวไกลจึงยกเอาเรื่อง “เสรีภาพ” “มนุษย์เท่าเทียม” ขึ้นมาชี้นำด้วยความมุ่งหมายและจุดประสงค์ “การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์” และ “ปฏิรูปกองทัพ” โดยเฉพาะจะให้ประชาชนลุกขึ้นสู้ทั้งประเทศกับข้อเรียกร้อง “เสรีภาพของบุคคล” ด้วยการยกเลิกมาตรา 112 นั้น จึงมีความ “ขัดแย้ง” กันภายใน เพราะไม่ใช่เสรีภาพ แต่เป็นการยกเลิกข้อหาหมิ่นประมาท “ประมุขแห่งรัฐ” ซึ่งเป็นข้อหาที่เกี่ยวเนื่องกับพัฒนาการของชนชาติไทยที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์มาอย่างยาวนาน ทำไม่ได้ และเป็นข้อเสนอที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติเพราะสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่ทรงคุณธรรมอยู่แล้ว และเป็นสถาบันเป็นองค์คุณเอกภาพของชาติ ใน 3 สถาบัน คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ข้อเรียกร้องให้ยกเลิก มาตรา 112 จึงไม่ใช่ต้นเหตุที่แท้จริง แล้วต้นเหตุที่แท้จริง คือ ความเห็นผิดหรือทฤษฏีทางการเมืองที่ผิด

3.การปฏิรูปทางการเมือง ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ด้วยความเห็นผิดและทฤษฏีทางการเมืองผิดว่า “ตัวรัฐธรรมนูญ” กับ ”ระบอบประชาธิปไตย” เป็นสิ่งเดียวกัน นั้น จึงได้มีการเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาแบบมั่วๆถึงกับจะมีการออกแบบเหมือนการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง จึงได้ออกแบบกลไกลเหมือนเครื่องจักร โดยปราศจากหลักการประชาธิปไตยหรือการปกครองแบบประชาธิปไตย ที่อำนาจอธิปไตยของปวงชน การออกแบบกลไกต่างๆเหมือนสิ่งปลูกสร้าง จึงเกิด “วัวพันหลัก” ขึ้น องค์กรอิสระที่สร้างขึ้นมาจากความคิดที่จะ “ปฏิรูปการเมือง” จึงทำให้พรรคการเมืองอย่างพรรคก้าวไกล และพรรคอื่นๆจะต้องเจออุปสรรคในเรื่องการยุบพรรคการเมืองขึ้น

การมีกฎหมายพรรคการเมือง และองค์กรอิสระทั้งมวล จึงเป็นเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อรักษาระบอบเผด็จการนี้ไว้  เท่านั้น  ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ประเทศชาติเป็นการปกครองแบบประชาธิปไตย แต่ประการใดเลย

4.การยุบพรรคก้าวไกลของศาลรัฐธรรมนูญ นั้น จึงย่อมจะสมเหตุสมผลทางการเมืองตามการปกครองแบบเผด็จการ ด้วยประการทั้งปวงตามแนวทางคณะราษฏร์

Related posts