สถาบันพัฒนาบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม จัดการศึกษาดูงานภายใต้หลักสูตรการบริหารงานยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ 17 (ยธส.17) ระหว่างวันที่ 8 – 10 กรกฎาคม 2569 :

สถาบันพัฒนาบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม จัดการศึกษาดูงานภายใต้หลักสูตรการบริหารงานยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ 17 (ยธส.17) ระหว่างวันที่ 8 – 10 กรกฎาคม 2569 :

เมื่อวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 น. พันตำรวจโท มนตรี บุณยโยธิน รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม นำคณะผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรการบริหารงานยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ 17 (ยธส.17) เข้าศึกษาดูงานและรับฟังการบรรยายในหัวข้อ “แนวทางการผสานความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทย” ณ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ณ  อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย

ช่วงแรก รับฟังการบรรยายเรื่อง “แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ พร้อมแนะนำแพลตฟอร์ม AI for Thai” โดย ดร.สภา จรรยาชัชวาล หัวหน้างาน(รักษาการ)งานยกระดับความพร้อมทางเทคโนโลยี ฝ่ายสนับสนุนบริการและเทคโนโลยี บรรยายถึงการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทยให้บรรลุผลและเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจ ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ รวมถึงการพัฒนาทักษะของบุคลากรภายในประเทศ ตลอดจนมุ่งสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยได้จัดทำ “แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ. 2565 – 2570)“ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและนำไปสู่การยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน

อีกทั้งได้แนะนำ AI for Thai ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มให้บริการ AI สัญชาติไทย มุ่งวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และ Machine Learning เพื่อเน้นตอบโจทย์ผู้ใช้งาน ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและการบริการต่างๆ ในประเทศไทยเกิดจากการรวบรวมผลงานวิจัยและพัฒนาทางด้าน AI ภายใต้หน่วยวิจัยปัญญาประดิษฐ์ (AINRU) ของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ อันประกอบไปด้วยงานทางด้านการประมวลผลภาษาธรรมชาติของภาษาไทย งานด้านการเข้าใจภาพในบริบทของความเป็นไทยและงานด้านการรู้จำและสร้างเสียงพูดภาษาไทย

ช่วงที่สอง รับฟังการบรรยายเรื่อง “AI ภาครัฐเพื่อสนับสนุนกระบวนการยุติธรรม” โดย ดร.วาทยา ชุณห์วิจิตรา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ (AINRG) ได้บรรยายสรุปถึงสถานการณ์ ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ➡️Pathumma LLM ถือเป็นก้าวสำคัญของ AI สัญชาติไทย ที่ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาระบบบริการ AI ในบริบทที่มีลักษณะเฉพาะทั้งด้านภาษาและวัฒนธรรมไทย เป็นโมเดลปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่ (Large Language Model – LLM) ที่พัฒนาโดย NECTEC สวทช. ออกแบบให้รองรับการประมวลผลข้อมูลหลายรูปแบบ เช่น ข้อความ (Text), เสียง (Audio), และภาพ (Vision) พร้อมความเชี่ยวชาญในการเข้าใจภาษาไทยและบริบทของประเทศไทยอย่างลึกซึ้ง

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2569 พันตำรวจโท มนตรี บุณยโยธิน รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม พร้อมด้วยนางสาวอรวรรณ ปานคง ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม นำคณะผู้เข้ารับการฝึกอบรม เข้าศึกษาดูงาน ณ สำนักงานศาลปกครองนครราชสีมา โดยได้รับเกียรติจาก นายคม บูรณวรศิลป์ อธิบดีศาลปกครองนครราชสีมา ให้การต้อนรับ

คณะศึกษาดูงาน ได้รับชมวีดิทัศน์สรุปบทบาทหน้าที่ของสำนักงานศาลปกครองนครราชสีมา รับฟังการบรรยายหัวข้อ “วิธีพิจารณาคดีปกครอง และนวัตกรรมศาลปกครอง Smart Admincourt” โดย นายวิรุฬห์ จินตนะกุล ตุลาการศาลปกครองกลาง ช่วยทำงานชั่วคราวในศาลปกครองนครราชสีมา

ศาลปกครองได้พัฒนาระบบการดำเนินคดีด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อยกระดับการให้บริการประชาชนให้มีความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมดิจิทัล จึงได้พัฒนาระบบ ศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ (e-Litigation) เพื่อรองรับการดำเนินคดีผ่านระบบออนไลน์ ลดการใช้เอกสารกระดาษ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคดี ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามแผนงาน ดังนี้

🔸พ.ศ. 2561–2562 วางรากฐานระบบดิจิทัลสำหรับการดำเนินคดี และปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

🔸พ.ศ. 2565 เปิดระบบและขยายการให้บริการครอบคลุมกระบวนการพิจารณาคดีมากขึ้น

🔸พ.ศ. 2570 พัฒนาสู่ ศาลปกครองดิจิทัลสมบูรณ์ (e-Admincourt เต็มรูปแบบ)

🔸พ.ศ. 2575–2580 มุ่งสู่ Smart Admincourt และความเป็นเลิศของศาลปกครอง (Court Excellence)

ระบบ e-Litigation ดำเนินงานภายใต้ ระเบียบที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด พ.ศ. 2562 ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินคดีด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีองค์ประกอบสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่

🔸การลงทะเบียนและการยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้คู่กรณีและผู้เกี่ยวข้องเข้าใช้งานระบบได้อย่างปลอดภัย

🔸การยื่นคำฟ้อง คำร้อง และเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ แทนการยื่นเอกสารที่ศาล

🔸การรับ–ส่ง และการแจ้งเอกสารหรือคำสั่งของศาลทางอิเล็กทรอนิกส์

🔸การพิจารณาคดีและการไต่สวนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เมื่อศาลเห็นสมควรและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

🔸การจัดเก็บข้อมูล สำนวนคดี และการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เอกสารและสำนวนคดีมีผลทางกฎหมายและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้

นอกจากนี้ นางสาวพัฑฒิดา หิรัญภูวิศ เจ้าหน้าที่ศาลปกครอง (ด้านการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์) นำคณะศึกษาดูงาน เข้าเยี่ยมชมห้องพิจารณาคดี และรับชมวีดิทัศน์การพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ จากนั้นเข้าเยี่ยมชมห้องไต่สวน ห้องไกล่เกลี่ย ห้องบริการประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ ห้องให้คำปรึกษาคดี และห้องรับคำฟ้อง ตามลำดับ

ภาคบ่าย : ศึกษาดูงานและรับฟังการบรรยาย หัวข้อ“ นวัตกรรมการใช้ประโยชน์จากแสงซินโครตรอนในด้านนิติวิทยาศาสตร์ ด้านสุขภาพ และด้านสิ่งแวดล้อม” ณ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวต้อนรับคณะ โดยเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ของสถาบันฯ ในการเป็นองค์กรแห่งความเป็นเลิศทางด้านเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านการขับเคลื่อนพันธกิจหลัก 3 ด้าน ได้แก่ :

  1. การวิจัยและการใช้ประโยชน์จากแสงซินโครตรอน
  2. การให้บริการด้านการเทคโนโลยีด้านแสงซินโครตรอน
  3. ส่งเสริมการถ่ายทอดและการเรียนรู้เทคโนโลยีด้านแสงซินโครตรอน

ที่ผ่านมา สถาบันฯ ได้สร้างความร่วมมือทั้งกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรต่างประเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี บริการงานวิศวกรรมขั้นสูง ตลอดจนโครงการวิจัยต่าง ๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ ทั้งด้านการแพทย์  อาหาร เครื่องสำอางค์ และอื่นๆ อีกหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเชื่อมโยงเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนเข้ากับกระบวนการยุติธรรมอย่างมีนัยสำคัญ ในมิติด้านนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการตรวจพิสูจน์วัตถุพยานที่มีความละเอียดซับซ้อนสูง เพื่อค้นหาความจริงในการเชื่อมโยงไปถึงตัวผู้ต้องสงสัย หรือในอีกทางหนึ่งคือนำมาใช้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อปกป้องผู้บริสุทธิ์หรือผู้ถูกกล่าวหา โดยอาศัยเทคโนโลยีการวิเคราะห์ขั้นสูง อาทิ :

– การวัดเพื่อระบุชนิดและปริมาณของธาตุ : สามารถตรวจวิเคราะห์สิ่งเจือปนหรือองค์ประกอบทางเคมีในวัตถุพยานขนาดเล็ก เช่น เส้นผม เส้นใยผ้า เศษสีรถยนต์ หรือเขม่าดินปืน ได้อย่างแม่นยำแม้มีปริมาณเพียงน้อยนิด

– เทคนิคเอกซเรย์สามมิติ : ช่วยให้เห็นโครงสร้างภายในของวัตถุพยานได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยไม่ต้องทำลายสภาพภายนอกของวัตถุพยานนั้น ๆ

– การระบุชนิดโมเลกุลด้วยรังสีอินฟราเรด : เป็นการวัดการสั่นสะเทือนที่แตกต่างกันของโมเลกุลเมื่อถูกกระตุ้นด้วยแสงอินฟราเรด ทำให้สามารถจำแนกสารประกอบอินทรีย์ สารเสพติด หรือสารเคมีต้องสงสัยได้อย่างเฉพาะเจาะจง

จากนั้นคณะผู้เข้าอบรมได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการแสงสยาม ชมเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน ซึ่งเป็นเครื่องแรกและเครื่องเดียวในประเทศไทย รวมถึงเป็นหนึ่งเดียวในภูมิภาคอาเซียนด้านนวัตกรรมแสงซินโครตรอน รับฟังข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งได้อธิบายภาพความเชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยีแสงขั้นสูงกับงานยุติธรรมและการพิสูจน์อัตลักษณ์วัตถุพยานให้เห็นอย่างเด่นชัด นวัตกรรมนี้ ถือเป็นมิติใหม่ในการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูง ตามพันธกิจของสถาบันฯ เพื่อสนับสนุนและยกระดับงานนิติวิทยาศาสตร์ ตลอดจนการบริหารงานยุติธรรมของประเทศให้ก้าวหน้าและน่าเชื่อถือในระดับสากล

และวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569 คณะผู้เข้ารับการฝึกอบรม หลักสูตร ยธส.17 นำโดย ผศ.ดร.นันทนา ชวศิริกุลฑล ประธานรุ่น พร้อมด้วย พันตำรวจโท มนตรี บุณยโยธิน รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม และนางสาวอรวรรณ ปานคง ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม ร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ณ สถานีควบคุมไฟป่าเขาใหญ่ ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าเขาใหญ่ ได้บรรยายสรุปถึงภารกิจหลักในการป้องกัน เฝ้าระวัง และดับไฟป่า รวมถึงการจัดการหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และพื้นที่ป่าสงวนใกล้เคียง พร้อมทั้งสาธิตการควบคุมและดับไฟป่า

คณะผู้เข้ารับการฝึกอบรม ยธส.17 ได้ร่วมกันปลูกต้นพะยูง 17 ต้นในเขตสถานีฯพร้อมทั้งได้มอบเครื่องตัดหญ้า เปลนอน ข้าวสาร อาหารแห้ง และเงินสดให้เจ้าหน้าที่นำไปใช้จัดซื้อสิ่งจำเป็น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการควบคุมไฟป่า

Related posts